Hi Marigold Plus วิตามินบำรุงสายตา เหมาะสำหรับคนนั่งหน้าคอมนานๆค่ะ สูตรเข้มข้น แค่ 4-5 ทานแล้วตาสว่างเลยค่ะ

Hi Marigold Plus วิตามินบำรุงสายตา เหมาะสำหรับคนนั่งหน้าคอมนานๆค่ะ สูตรเข้มข้น แค่ 4-5 ทานแล้วตาสว่างเลยค่ะ

ไฮ มาริโกลด์ พลัส

     มีส่วนประกอบสำคัญคือ สกัดจากดอกดาวเรืองไม้ โดยเฉพาะดอกดาวเรือง  ผลบิลเบอร์รี่ ลูทีนเป็นสารธรรมชาติ ทำหน้าที่กรองรังสีจากแสงแดด  เบต้าแคโรทีน เป็นสารในตระกูลแคโรทีนอยด์ ซึ่งเป็นสารตั้งต้นของวิตามินเอ

 

HI-MARIGOLD PLUS
MARIGOLD POWDER EXTRACT 111MG
BILBERRY EXTRACT 25:1 (VACCINUIM MYRTILLUS) 50 MG
BETA-CAROTENE 1% (BASF) 75 MG

 

ผลิตภัณฑ์ ไฮ-มาริโกลด์ พลัส แก้ปัญหาโรคตาได้ทุกชนิดอย่างน่าอัศจรรย์

ไฮ-มาริโกลด์ พลัส ได้ถูกคิดค้นขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์เพื่อที่ จะแก้ปัญหา ที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับสายตา ช่วยเพิ่มความแม่นยำให้กับการมองเห็นและช่วย ป้องกันโรคจุดรับภาพที่จอประสาทตา เสื่อมในผู้สูงอายุ (เอเอ็มดี) จอประสาทหลุดลอก , ต้อหิน , ต้อกระจก สายตาพร่ามัว สายตาสั้น สายตายาว สายตาเอียง ตาบอดสี

ไฮ-มาริโกลด์ พลัส ผลิตภัณฑ์ของเรามีจุดเด่นไม่เหมือนใคร เป็นอาหารเสริม นาโนเทคโนโลยีสูตรพิเศษลิขสิทธิ์หนึ่งเดียวในประเทศไทย ซึ่งเห็นผลได้รวดเร็วภายในเวลาเพียง 2-5 วันเท่านั้น สกัดจากอาหารธรรมชาติปราศจากสารเคมี(เป็นออร์แกนิคฟู๊ด)
เรากล้าท้าพิสูจน์คุณภาพของผลิตภัณฑ์ หนึ่งเดียวไม่เหมือนใคร มีที่นี่ที่เดียวเท่านั้น !
ประสิทธิภาพของสุดยอดผลิตภัณฑ์ไฮ-มาริโกลด์ 1 เม็ด เทียบเท่ากับผลิตภัณฑ์อื่นต้องกินถึง 20 เม็ด
ป้องกัน สายตาสั้น สายตายาว สายตาเอียง เมื่อคุณได้ลองทานดูแล้ว คุณจะแปลกใจในผลลัพธ์เพียง 2-3 วันเท่านั้น ไม่ต้องไปเสียค่าแว่น ไม่ต้องทำเลสิกซึ่งค่าใช้จ่ายหลักหมื่นหลักแสน ไม่ต้องไปเสียค่าผ่าตัด
เหตุผล
ที่ ไฮ-มาริโกลด์ 10 แคปซูล สามารถป้องกัน ดูแล ปัญหา โรคดวงตาอย่างได้ผล เพราะ ไฮ-มาริโกลด์ผลิตจากวัตถุดิบที่สำคัญต่อ ดวงตา คือ

1. ผงลูทีน (Lutein) จากดอกดาวเรือง
- ป้องกันการเกิดภาวะสายตาสั้นจากอาการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อในการปรับสายตา
- ป้องกัน และ รักษา สายตาเอียง สายตาสั้น สายตายาว ต้อกระจก ต้อหิน
- ป้องกันภาวะการเสื่อมของการมองเห็น
- แก้ปัญหา อาการเยื่อตา และกระจกตาแห้ง หรือหนาผิดปกติ เนื่องจากขาดวิตามิน A
- แก้ปัญหา วุ้นในตาเสื่อม จอประสาทเสื่อม ป้องกันโรค AMD

2. ผลบิลเบอร์รี่ (Bilberry) มีอยู่ในป่าบริเวณทุ่งหญ้าริมแม่น้ำยุโรปเหนือ สหรัฐอเมริกา , แคนาดา ผลบิลเบอรรี่ มีสารแอนโธไซยาโนไซด์ ซึ่งเป็นสารไปโอฟลาโวนอยด์ที่มีสีน้ำเงิน มากกว่า ผลบลูเบอร์รี่
- ช่วยฟื้นฟูจอประสาทตา
- ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการมองเห็น
- เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ
- ช่วยระบบไหลเวียนโลหิต
- ช่วยดูแลสุขภาพตา
- กำจัดเอ็มไซด์ ที่ทำลายเซลล์ภายในดวงตา
- ช่วยรักษาอาการตาบอดสี
-. แก้ปัญหาอาการเนื้อเยื่อตาอักเสบ
- แก้ปัญหา ต้อกระจก , ต้อหิน
- แก้ปัญหา สายตาสั้น

3. เบต้าแคโรทีน (Bata Carotene) เป็นแหล่ง วิตามิน A ที่สำคัญและปลอดภัย ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ ในผู้สูงอายุได้เกินกว่า 50% และช่วยป้องกันการเกิดออกิเดชั่นของไลโปโปรตีน ชนิด LDL
นวัตกรรมใหม่กับการรักษาสายตาสั้น สายยาว สายเอียง จากนายแพทย์ชื่อดังระดับโลก
ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมไฮมาริโกลด์พลัส  มีคุณสมบัติโดดเด่น คือ เป็นออร์แกนิค (อาหารจากธรรมชาติปราศจากสารเคมีปราศจากสารปนเปื้อน) มีประสิทธิภาพในการดูดซึม เนื่องจากผ่านกระบวนการนาโนเทคโนโลยีซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ ช่วยเพิ่มความสามารถในการดูดซึมให้กับส่วนต่างๆในร่างกายมนุษย์ สูงถึง 200%-300% ดังนั้น
ผู้ที่ได้ใช้ผลิตภัณฑ์ของเราจึงสามารถสัมผัสถึงผลลัพธ์ได้อย่างรวดเร็วภายใน 2-5วัน

วิธีรับประทานไฮมาริโกลด์พลัส

สำหรับรับประทานเป็นอาหารเสริม

ผู้ใหญ่ วันละ 2 ครั้ง ครั้งละ 1-2 แคปซูล ก่อนอาหารเช้าและเย็น
เด็ก อายุ 3-5 ปี ให้รับประทาน 1/3 แคปซูล
เด็ก อายุ 6-8 ปี ให้รับประทาน 1 แคปซูล วันละ 1 ครัง
สำหรับผู้ป่วยโรคตา ประสาทตา โดยเฉพาะ
ให้รับประทานวันละ 3 ครั้ง ครั้งละ 1-2 แคปซูล ก่อนอาหารทั้ง 3 มื้อ

อย.10-3-12050-1-0003

ประสบการณ์จากผู้ใช้สินค้าค่ะ

ไฮ มาริโกล์ด พลัสค่ะ ให้แม่ทานก่อน ท่านเป็นต้อเนื้อค่ะ ปรากฏว่า ตาที่ไปลอกกับหมอมาตอนนี้ไม่ต้องลอกแล้ว สายตาสว่างขึ้น ต้อเนื้อหายไป

และมีเฮียเป้ ตลาดพระร้อยเอ็ด ลอกตา 3 ครั้ง ไปหาหมอที่กรุงเทพทุกเดือน แต่นัทให้ทานไฮ-มาริโกลด์พลัสแล้ว เห็นผลว่าดีขึ้นใน 1 วัน 3 วันต้อเนื้อหล่นหายไปและจางลงอย่างเห็นได้ชัด การมองเห็นเกือบเป็นปกติ แกดีใจมากเพราะหมอบอกว่า ถ้าจะหายต้องจี้ด้วยไฟฟ้า แต่ให้ผล 2 ทางคือ ตาบอด กับหาย ซึ่งเสี่ยงกับการโดนเส้นประสาทตามาก ทำให้เฮียเป้ไม่กล้าเสี่ยง และสายตาสั้นจาก 500กว่า ตอนนี้ ไม่ต้องใส่แว่นแล้วค่ะ

ไฮ-มาริโกลด์พลัส ให้แม่เคยทานค่ะ แกสายตายาว 400 กว่า และเป็นต้อเนื้อ ลอกตามาหลายครั้งแต่ไม่หายขาด มีอาการเจ็บตา แสบตามากภายหลังจากลอกทุกครั้ง หมอบอกว่าไม่หาย ขั้นสุดท้ายคือต้องจี้ด้วยไฟฟ้า แต่มีความเสี่ยงคือตาบอด กับหายแต่ก็ยังมีผลข้างเคียงอยู่ดี เราให้แม่ทาน 1 กล่อง ประมาณ 3 วัน อาการเจ็บตาหาย สายตายาวลดระดับลงต้องใส่แว่นอันเก่า ก็เห็นผลเร็วนะค่ะ แล้วอาการปวดหัวของแม่ก็ลดลงด้วย เพราะยารักษาเส้นประสาทตา แล้วหมาที่บ้านตาแตก มีเลือดไหลออกมา ก็ให้คิดไฮ-มาริโกดล์ 1 เม็ด ปรากฏว่าตื่นเช้ามา ตาเค้าแห้ง ตอนให้นี้ให้กิน 3 เม็ด ลูกตาเค้ากลับคืนมาเป็นสีดำ เค้าไม่มีอาการเจ็บปวดอีก ก็เชื่อแล้วว่ายาเค้าดีจริงๆ

 

 

Tags: , , , , , ,

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • Twitter
  • RSS

ธุรกิจอาหารเสริมสุขภาพ อินเทรนด์ไม่มีตกยุก

 

ท่ามกลางสภาวะที่เร่งรีบ การใช้ชิวิตในเมืองกรุง การแข่งขันทางเศรษฐกิจที่รุนแรง คนหลายคนเลยไปฝากท้องกับอาหารจานด่วน

 

หรือ อาหารฟาสต์ฟู้ด อาหารเหล่านี้เนื่องจากมีการโฆษณาชักจูงใจให้ลุ่มหลงได้ง่าย ผู้ผลิตอาหารฟาสต์ฟู้ดจึงพยายามออกแบบ

 

ให้ อาหารนี้มีรูปลักษณ์ที่ถูกใจวัยรุ่นให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยที่วัยรุ่นเหล่านี้มักไม่ทราบข้อมูลว่าการรับประทานอาหารฟาสต์ฟู้ดอยู่บ่อย ๆ

 

เป็นปัจจัยเสี่ยงที่มีผลเสียต่อสุขภาพอย่างไร

 

   ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดมักจะจำหน่ายอาหารประเภทไขมัน แป้งและน้ำตาลในรูปของผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น เค้ก โดนัท พิซซ่า
เฟรนช์ฟราย แฮมเบอร์เกอร์ แซนด์วิช ฮอทดอก ฯลฯ วงการโภชนาการของสหรัฐอเมริกาและองค์การอนามัยโลก
เรียกอาหารเหล่านี้ว่า “อาหารขยะ” เพราะเป็นอาหารที่ให้คุณค่าทางโภชนาการที่ไม่เหมาะสมกับความต้องการของร่างกาย
ให้แต่เฉพาะพลังงานมากกว่าอื่น ๆ แต่มีราคาค่อนข้างแพง ถ้าหากรับประทานต่อเนื่องเป็นเวลานาน ๆ จะก่อให้เกิดผลเสียต่อ
สุขภาพอย่างมาก เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ฯลฯ โรคเหล่านี้กำลังเป็นปัญหาในประเทศตะวันตกทั้งหลาย
รวมทั้งเป็นปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคกระดูกพรุนในวัยเด็ก นอกจากนี้ยังมีรายงานการวิจัยพบว่าการรับประทานอาหารฟาสต์ฟู้ด
มากเกินไปจะทำให้เกิดอาการผิดปกตินี้เรียกว่า เดอะจังก์ฟู้ดซินโดรม (The Junk Food Syndrome) อาการนี้มักจะพบในเด็กที่มีอายุ
ระหว่าง 6-12 ปีที่รับประทานอาหารฟาสต์ฟู้ดต่อเนื่องมาได้ระยะหนึ่งจึงปรากฏอาการที่ผิดปกติออกมา ได้แก่ ตื่นเต้นง่าย ควบคุมตนเอง
ไม่ค่อยได้ ฝันร้าย ปวดท้อง เกิดความเหนื่อยหน่าย อารมณ์ร้อน ก้าวร้าว ดื้อดึง และไม่มีสมาธิในการเรียน ถ้าหากเด็กเหล่านี้อยู่ใน
ระหว่างการศึกษาเล่าเรียน จะทำให้ผลการเรียนตกต่ำและไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร ด้วยเหตุนี้จึงได้มีการจัดอาหารฟาสต์ฟู้ดไว้ใน
กลุ่มอาหารที่รับประทานได้จำนวนมากแต่ไม่มีคุณค่าทางโภชนาการเท่าที่ควร (Over Consumption Undernutrition)
อาหารฟาสต์ฟู้ดจะก่อให้เกิดการรบกวนการทำงานของสมองแล้วก็มีผลให้พฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากสมองได้รับพลังงาน
และสารอาหารไม่เพียงพอ จึงทำงานไม่เป็นไปตามปกติ ดังนั้นการรับประทานอาหารฟาสต์ฟู้ดของเด็ก ๆ ทั้งหลาย
จึงเป็นความเสี่ยงในอันตรายต่อสุขภาพของเด็กพอ ๆ กับเด็กยากจนที่ไม่มีอาหารรับประทาน เพราะจะส่งผลกระทบต่อการเจริญพัฒนา
ของร่างกายนั่นเอง นอกจากนี้การที่เด็กรับประทานอาหารฟาสต์ฟู้ดมาก ๆ จะทำให้เกิดโรคอ้วนจึงมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่าง ๆ
ดังเช่นที่เกิดขึ้นกับเด็ก ๆ ชาวเกาหลี จนทำให้ทางราชการของแต่ละเมืองต้องจัดให้มีค่ายการออกกำลังเพื่อลดน้ำหนักจะได้แก้ปัญหา
โรคอ้วนให้ได้ในโอกาสต่อไป

   การที่อาหารฟาสต์ฟู้ดมีอันตรายต่อสุขภาพดังกล่าวแล้ว ทำให้อาหารฟาสต์ฟู้ดกำลังเสื่อมความนิยมในประเทศพัฒนาทั้งหลาย
ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดจึงต้องย้ายออกมาจำหน่ายในประเทศกำลังพัฒนาและอาศัยการโฆษณาและการตลาดทุกรูปแบบ
จนทำให้การรับประทานอาหารฟาสต์ฟู้ดเป็นสัญลักษณ์ของคนรุ่นใหม่ ถ้าหากใครไม่ได้รับประทานอาหารฟาสต์ฟู้ดก็จะรู้สึก
ไม่ทันสมัยเท่ากับเพื่อน ๆ จึงทำให้วัฒนธรรมการรับประทานอาหารของวัยรุ่นไทยเริ่มเปลี่ยนแปลงไป ถ้าหากปล่อยให้เป็นเช่นนี้เรื่อย ๆ
ก็จะเป็นการบ่อนทำลายสุขภาพของเยาวชนไทยซึ่งจะเป็นทรัพยากรบุคคลของประเทศชาติในอนาคต จึงมีผลกระทบต่อความมั่นคงของ
ประเทศชาติเช่นกัน ดังนั้นจึงขอให้ผู้ปกครองได้ให้คำแนะนำบุตรหลานในการเลือกรับประทานอาหารที่ดี มีประโยชน์ต่อร่างกายและ
ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เพื่อให้การรับประทานอาหารแต่ละครั้งมีความคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไปและมีความปลอดภัยต่อสุขภาพด้วยครับ

 

อาหารเสริมเทรนด์ใหม่ของคนรักสุขภาพ

 

อาหารเสริมเป็นแหล่งของสารอาหารที่สำคัญทั้งที่ร่างกายมนุษย์สามารถ สังเคราะห์เองได้และที่ร่างกายมนุษย์ไม่สามารถสังเคราะห์เองได้ 
อาหารเสริมจึงเป็นอาหารสำคัญและจัดได้ว่ามีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายของ มนุษย์เราเป็นอย่างมาก  การเลือกทานอาหารเสริมของคน
แต่ละวัยจึงต้องรู้ความต้องการของตัวผู้บริโภค รวมถึงปริมาณและอื่นๆ เช่น

  - ผู้บริโภคต้องการสารอาหารในส่วนที่ร่างกายมีใช้ไม่เพียงพอต่อความต้องการ

  - ต้องการสารอาหารที่จำเป็นเพื่อที่จะให้สุขภาพของตนเองแข็งแรง ปราศจากโรคภัยและมีภูมิต้านทานโรคได้

  - อาหารเสริมบางชนิดช่วยให้ผู้บริโภคมีรูปร่างสวยเพรียว สมส่วน หลายคนจึงได้ให้ความสนใจที่จะเลือกซื้อสำหรับการลดน้ำหนัก

 - อาหารเสริมไม่ว่าจะเป็นใครต่างก็ต้องมีความต้องการสารอาหารในอาหารเสริมบาง ชนิดทั้งนั้น  อาหารเสริมจึงได้กลายเป็นของขวัญ
และขแงฝากสำหรับบำรุงสุขภาพ

  - สารอาหารจากอาหารเสริมมีส่วนช่วยในการเยียวยารักษาโรคภัยต่างๆได้ ผู้ป่วยหลายรายจึงต้องบริโภคอาหารเสริมควบคู่กับการรักษา

 และก็ยังมีอีกหลายเหตุผลมากมายของผู้ที่เลือกบริโภคอาหารเสริมจนอาจจะกลาย เป็นอาหารหลักสำหรับการบริโภคอาหารในหนี่งวัน 
อาหารเสริมเดียวนี้จึงได้พัฒนาให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้บริโภคที่มีอยู่มากมายมหาศาล  เพื่อการทำธุระกิยเกี่ยวกับอาหารเสริม
ของตนเองและก็เพื่อที่จะให้ผู้คนทั่ว ไปมีสุขภาพร่างกายที่ดี แข็งแรงอยู่เสมอ  อาหารเสริมจึงได้รับการเอาใจใส่และให้ความสำคัญทั้งในเรื่อง
ของการเลือกซื้อ  การบริโภคและความปลอดภัยของผู้บริโภคมากกว่าสมัยก่อน  ซึ่งนับได้ว่าเป็นผลดีอย่างมากมายต่อผู้บริโภคทั้งรายใหม่
และรายเก่าที่ กำลังตัดสินใจเลือกซื้ออาหารเสริมไว้ทานเองและให้คนรอบข้างได้ทานเพื่อบำรุง สุขภาพด้วย

 อาหารเสริมที่เราเห็นวางขายกันทั่วไปทั้งตามห้างสรรพสินค้า ร้านขายยาหรือร้านสะดวกซื้อนั้น อาหารเสริมบางชนิดก็มีรูปแบบการบริโภคที่
ต่างกันออกไป แต่ถึงอย่างไรไม่ว่าจะเป็นอาหารเสริมชนิดเม็ด อาหารเสริมชนิดน้ำหรืออาหารเสริมชนิดผงก็ตาม  อาหารเสริมเหล่านี้ก็ล้วนแล้ว
แต่มีประสิทธิภาพในการทำงานที่ต่างกันแต่นอก เหนือจากความต่างก็ต้องมีความเหมือน ซึ่งนั่นก็คือลักษณะโดยทั่วไปของอาหารเสริมที่เราๆท่านๆ
เลือกซื้อกันตามห้าง สรรพสินค้า ร้ายขายยาและร้านสะดวกซื้อ ได้แก่

 1.อาหารเสริมชิดผงและชนิดน้ำมักจะไม่ค่อยได้รับความนิยมจากหมู่ผู้บริโภคได้ มากเท่าอาหารเสริมชนิดเม็ดเหตุผลก็เพราะอาหารเสริมชนิดเม็ด
จะสามารถรับ ประทานได้ง่ายกว่าอีกทั้งยังสามารถพกพาได้สะดวก

 2.รูปแบบบรรจุภัณฑ์ของอาหารเสริมส่วนใหญ่มักจะเป็นรูปที่เกี่ยวกับธรรมชาติหรือสุขภาพ  สีสันของบรรจุภัณฑ์ขึ้นอยู่กับผู้ออกแบบ

 3.ราคาของอาหารเสริมชนิดเม็ด ชนิดผงและชนิดน้ำโดยทั่วไปแล้วอาหารเสริมทุกชนิดจะมีราคาที่ไล่เลี่ยกัน เพราะต้องการที่จะเข้าถึงความต้องการ
ของผู้บริโภคจึงได้กำหนดช่วงราคาใน ระนาบเดียวกัน

 4.อาหารเสริมมักจะบรรจุในผลิตภัณฑ์ที่ป้องกันแสงแดดได้เป็นอย่างดี 

 5.การเก็บรักษาอาหารเสริมนั้นควรจะเก็บไว้ในระดับอุณหภูมิที่ไม่เกินยี่สิบ ห้าองศา  เพื่อป้องกันมิให้สารอาหารและส่วนผสมบางส่วนของอาหารเสริม
เสื่อมสภาพโดยมิจำ เป็น

 6.โดยปกติแล้วอาหารเสริมที่มีประสิทธิในการทำงานที่คล้ายกันมักจะมีส่วนประกอบและส่วนผสมใกล้เคียงกัน

 7.เพื่อให้ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมดูน่าทาน  ทางผู้ผลิตอาหารเสริมหลายรายจึงได้เติมกลิ่นและสีให้กับอาหารเสริมบางชนิด เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถทาน
ได้สะดวกขึ้น

 8.อาหารเสริมทุกชนิดทุกยี่ห้อไม่ว่าจะผลิตในประเทศใดก็ตาม  ต่างก็ต้องเขียนวิธีการบริโภครวมถึงสัดส่วนไว้ที่ข้างบรรจุภัณฑ์เพื่อที่ผู้บริโภค
จะได้เลือกบริโภคได้อย่างถูกต้อง ปลอดภัย

 9.อาหารเสริมที่ได้รับการรับรองว่าได้มาตรฐานและปลอดภัยจะต้องผ่านการทดสอบ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภายในประเทศที่ผลิตและ
ในประเทศที่จำหน่ายด้วย

 ระดับความสมดุลของร่างกายมนุษย์แต่ละคนนั้นแตกต่างกัน  ทำให้ความต้องการทางด้านสารอาหารของร่างกายต่างกันด้วย 
ด้วยความคิดนี้ทางผู้บริโภคอาหารเสริมเป็นประจำจึงต้องทำการศึกษาและปรึกษาแพทย์ที่เกี่ยวข้องเพื่อที่จะได้ทราบถึงความต้องการของร่างกาย
ว่าในตอนนี้ร่างกายต้องการอาหารเสริมประเภทไหน ชนิดใดและต้องการเป็นระยะเวลานานเท่าใด  เพราะว่าการบริโภคอาหารเสริมที่เกินความจำเป็น
ของร่างกายก็ไม่ได้ส่งผลดีต่อตัวผู้บริโภคเองแต่อย่างใด  แต่กลับกันกลับทำให้ผู้บริโภคมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นทั้งๆที่ไม่ก่อให้เกิด ประโยชน์ต่อร่างกาย 
การรู้จักเลือกบริโภคอาหารเสริมให้พอดีกับความต้องการของร่างกายนอกจากจะช่วยประหยัดในเรื่องของค่าใช้จ่ายรายเดือนแล้ว  ยังสามารถลด
การทำงานหนักของร่างกายโดยไม่จำเป็นได้อีกด้วย  อีกทั้งยังช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่เป็นประโยชน์อย่างพอเพียงต่อความ ต้องการซึ่ง
จะส่งผลระยะยาวให้กับสุขภาพร่างกายของผู้บริโภคได้รับสารอาหารที่เพียงพอต่อการดำรงชีวิตประจำวันได้ยาวนานหลายปี  อาหารเสริมจึงเป็นอาหาร
ที่ได้รับความนิยมอย่างมากจากผู้รักษาสุขภาพทั้งของตนเองและผู้อื่น  และจากความรู้ดังที่ได้กล่าวนี้จะทำให้ผู้บริโภครู้และเข้าใจการเลือกบริโภค
อาหารเสริมกันมากยิ่งขึ้น  และยังสามารถนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงรวมถึงการบอกเล่าเรื่องราวและความรู้ที่ได้ให้ผู้อื่นได้ฟังเพื่อที่จะได้
นำความรู้นี้ไปใช้ทั้งกับตนเองและกับผู้คนรอบข้างต่อไปในอนาคตอันใกล้ และนอกเหนือจากการรู้ความต้องการของร่างกายตนเองแล้วทางผู้บริโภคเอง
ก็ไม่ควรที่จะหวังกับการบริโภคอาหารเสริมมากเกินไป  เพราะการออกกำลังกายเป็นประจำก็ยังเป็นทางเลือกที่ดีและเหมาะกับคนทุกเพศทุกวัยเสมอ 
เมื่อร่างกายได้รับทั้งสารอาหารจากอาหารเสริมและได้รับการออกกำลังกายเป็น ประจำทุกวันสัปดาห์ก็ยิ่งจะเป็นตัวส่งเสริมให้สุขภาพร่างกายของผู้
บริโภคเองนั้นแข็งแรงและดียิ่งๆขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพสามารถเห็นผลได้ชัดเจน

 


 

 


Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • Twitter
  • RSS

วิตามินสําหรับนักกีฬา

โปรตีน คาร์โบไฮเตรด ไขมัน สารอาหารหลักที่ผู้ที่รักการออกกำลังกายทราบดีว่าควรรับประทานเข้าไปในแต่ละ วันมากน้อยเพียงใด แน่นอนว่าการควบคุมแหล่งปริมาณพลังงานที่คุณรับประทานจะเป็นการรับประทาน อาหารที่ดีต่อสุขภาพก็ตาม ยังมีสิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่หลาย ๆ คนมองข้ามไป นั่นก็คือ

วิตามิน

ที่จริงแล้ว วิตามินมีปัจจัยสำคัญต่อขบวนการต่าง ๆ ในร่างกายอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลาที่คุณมีโปรแกรมเพิ่มหรือลดปริมาณอาหาร แม้ว่าวิตามินจะเป็นสารอาหาร อาหารที่ไม่ให้พลังงานเหมือนกับโปรตีน ไขมัน หรือคาร์โบไฮเดรต แต่การได้รับวิตามินไม่เพียงพอก็อาจทำให้ภูมิต้านทานของร่างกาย และประสิทธิภาพในการดูดซึมสารอาหารเข้าสู่ร่างกายลดลง

วิตามินในกลุ่มที่ละลายในไขมัน

วิตามิน A
Goal : ใช้ในการสร้างความสมดุลให้กับร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นสารแอนตี้ออกซิแดนท์
Dosage :

5,000-25,000 IU.ต่อวัน และสามารถเพิ่มถึง 60,000 IU.ต่อวันสำหรับนักกีฬา หรือผู้ที่ออกกำลังกายอย่างหนัก
วิตามิน D
Goal : เพิ่มการดูดซึมแคลเซียมเข้าสู่ร่างกาย ทำให้กระดูก และกล้ามเนื้อแข็งแรง
Dosage : 400-1,000 IU.ต่อวัน
วิตามิน E
Goal : ป้องกันกล้ามเนื้ออ่อนล้า เพิ่มภูมิต้านทางให้กับร่างกาย และยังเป็นสารแอนตี้ออกซิเดนท์ ช่วยฟื้นฟูสภาพของเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกาย
Dosage : 200-1,000 IU.ต่อวัน
วิตามิน K
Goal : รักษาภูมิต้านทางของร่างกาย ช่วยให้เลือดแข็งตัวเวลาเกิดบาดแผล และเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อ จากการออกกำลังกายอย่างหนัก
Dosage : 80-180 มิลลิกรัมต่อวัน
วิตามินในกลุ่มที่ละลายในน้ำ

วิตามิน B1
Goal : เป็นวิตามินที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาท ใช้เพิ่มประสิทธิภาพของกล้ามเนื้อสำหรับนักกีฬา และจำเป็นต่อระบบเมตาบอริซึมของคาร์บอไฮเดรต
Dosage :

30-300 มิลลิกรัม
วิตามิน B2
Goal : เป็นวิตามินที่จำเป็นอย่างยิ่งต่อการสร้างพลังงานให้แก่ร่างกาย สร้างการเจริญเติบโตให้กับกล้ามเนื้อ
Dosage : 30-300 มิลลิกรัม
วิตามิน B6
Goal : สำหรับขบวนการเมตาบอริซึมของโปรตีน โดยเฉพาะผู้ที่เพิ่มปริมาณโปรตีนเพื่อสร้างขนาดกล้ามเนื้อ
Dosage : 20-100 มิลลิกรัม
วิตามิน B12
Goal : เป็นวิตามินที่จำเป็นอย่างยิ่งต่อการสร้างพลังงานให้แก่ร่างกาย สร้างเซลล์ และเนื้อเยื่อใหม่ ๆ ให้กับร่างกาย สังเคราะห์เม็ดเลือดแดง
Dosage : 12-200 ไมโครกรัม
วิตามิน C
Goal : เพิ่มภูมิต้านทานให้แก่ร่างกาย เป็นสารแอนตี้ออกซิแดนท์ จำเป็นต่อขบวนการสร้างเนื้อเยื่อต่าง ๆ ผิวหนัง เอ็น และกระดูก
Dosage : 60-5,000 มิลลิกรัม
โดย : เอกสารLive Well

Tags: ,

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • Twitter
  • RSS

โภชนาการกับสุขภาพ

โภชนาการกับสุขภาพ การที่คนเราจะมีสุขภาพดีหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆ อย่าง ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ภายใต้การควบคุมของตัวเอง ส่วนที่นอกเหนือการควบคุมมีน้อย เช่น กรรมพันธุ์ ดังนั้นถ้าเราควบคุมปัจจัยต่างๆ ได้เช่น การเลี้ยงดูตั้งแต่เด็ก การดำเนินชีวิตอย่างถูกต้อง…

โภชนาการกับสุขภาพ การ ที่คนเราจะมีสุขภาพดีหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆ อย่าง ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ภายใต้การควบคุมของตัวเอง ส่วนที่นอกเหนือการควบคุมมีน้อย เช่น กรรมพันธุ์ ดังนั้นถ้าเราควบคุมปัจจัยต่างๆ ได้เช่น การเลี้ยงดูตั้งแต่เด็ก การดำเนินชีวิตอย่างถูกต้อง คนส่วนใหญ่ช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อม ในครอบครัวมีความสงบสุขดีคือมีสุขภาพจิตดี และสิ่งที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ การเอาใจใส่เรื่องโภชนาการ ถ้าสามารถควบคุมสิ่งเหล่านี้ได้หมด สุขภาพดีถ้วนหน้าก็คงจะไม่เกินความเป็นจริง

โภชนาการ หมายถึง อาหารที่เรารับประทานเข้าไป แล้วร่างกายนำเอาไปใช้ เพื่อการทำหน้าที่อย่างสม่ำเสมอของอวัยวะที่สำคัญ เช่น หัวใจ ปอด เป็นต้น นอกจากนี้ยังนำไปใช้เพื่อสร้างความเจริญเติบโตของร่างกาย การซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย เราสามารถแบ่งอาหารออกเป็นประเภท โดยอาศัยหลักทางโภชนาการ ได้เป็นโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน วิตามิน เกลือแร่ และน้ำ ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการทำงานของร่างกายไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน โดยโปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมัน เมื่อรับประทานเข้าไปร่างกายจะเผาผลาญทำให้เกิดพลังงานได้ ส่วนพวกวิตามิน เกลือแร่ และน้ำ จะเป็นองค์ประกอบที่มีความสำคัญในการทำให้วงจรการทำงานต่างๆ ของร่างกาย ดำเนินต่อไปได้เป็นปกติ ดังนั้นเราทุกคนถ้าหวังที่จะให้ร่างกายมีสุขภาพที่ดี ควรจะต้องสนใจที่จะเรียนรู้ และปฏิบัติตามวิธีการรับประทานอาหารให้ถูกหลักโภชนาการ ไม่มีใครมาช่วยท่านได้ ถ้าท่านไม่ลงมือปฏิบัติเอง นอกจากนี้ควรรักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ทุกคนควรชั่งน้ำหนักตนเองอย่างน้อยเดือนละครั้ง ถ้าผอมไปก็กินอาหารที่มีประโยชน์ น้ำหนักจะได้เพิ่ม ถ้าอ้วนไปก็กินให้น้อยลง ร่วมกับการออกกำลังกายให้มากขึ้น ไม่ละเลยตนเองถึงขั้นเกิดภาวะแทรกซ้อนจากอ้วน หรือผอมแล้ว

 

ความสำคัญของอาหารกับสุขภาพ

  1. กิจกรรมของมนุษย์ในแต่ละวันจำเป็นต้องใช้พลังงาน และสารอาหารที่ร่างกายได้รับจากการรับประทานอาหารในแต่ละมื้อ การรู้จักเลือกรับประทานอาหารให้เหมาะสมกับความต้องการของร่างกาย จะช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโตอย่างเต็มที่สมบูรณ์ และมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง
  2. โภชนาการเป็นการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างอาหาร กับกระบวนการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ และการเจริญเติบโตของสิ่งมีชีวิต หากสภาพร่างกายได้รับอาหารที่มีสารอาหารครบ และเพียงพอต่อความต้องการ ร่างกายสามารถนำสารอาหารเหล่านั้นไปใช้ได้อย่างเต็มที่ เรียกว่าภาวะโภชนาการที่ดี แต่ถ้าร่างกายได้รับสารอาหารที่ไม่ครบถ้วน และไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย จะเรียกว่าภาวะโภชนาการที่ไม่ดี หรือทุพโภชนาการ
  3. ภาวะโภชนาการต่ำ เป็นสภาวะของร่างกายที่ขาดอาหาร ได้รับสารอาหารต่ำกว่าที่ร่างกายต้องการ หรือรับประทานอาหารไม่ได้เนื่องจากสาเหตุต่างๆ ทำให้เกิดโรคขาดสารอาหาร
  4. ภาวะโภชนาการเกิน เป้นสภาวะของร่างกายที่ได้อาหาร และสารอาหารเกินความต้องการของร่างกาย ทำให้เกิดการสะสมจนเกิดโทษแก่ร่างกาย

ผลทางร่างกายของภาวะโภชนาการ

  1. ขนาดของร่างกาย ปัจจัย ที่มีอิทธิพลต่อขนาดของร่างกาย ได้แก่ พันธุกรรม และสิ่งแวดล้อม พันธุกรรมเป็นสิ่งที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ แต่สภาพแวดล้อม เช่น การรับประทานอาหาร เราสามารถปรับปรุงได้ โดยเลือกรับประทานอาหารให้เพียงพอ และเหมาะสมต่อความต้องการของร่างกาย ก็จะทำให้การเจริญเติบโตของร่างกายเป็นปกติ
  2. ภูมิต้านทานโรค ผู้ ที่ได้รับสารอาหารครบถ้วนตามความต้องการของร่างกาย จะทำให้ร่างกายสามารถสร้างภูมิคุ้มกันโรคต่างๆได้ หรือหากได้รับเชื้อโรค ก็สามารถฟื้นตัวได้เร็ว
  3. ไม่แก่ก่อนวัย และอายุยืน เมื่อร่างกายมีภูมิคุ้มกันโรค ความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตก่อนวัยอันสมควรก็ลดน้อยลง

ผลต่อสติปัญญา และอารมณ์

การ รู้จักเลือกรับประทานอาหารที่ดีมีประโยชน์ มีส่วนให้เกิดพัฒนาการทางด้านสมอง มีสติปัญญาที่เฉลียวฉลาด อารมณ์แจ่มใส กระตือรือร้น ปรับตัวเข้ากับสังคมได้ง่าย ผิดกับผู้ที่รับประทานอาหารไม่มีประโยชน์จะทำให้ร่างกายอ่อนแอ พัฒนาการทางด้านสติปัญญาลดน้อยลง อารมณ์หดหู่ ไม่แจ่มใส จนบางครั้งอาจไม่สามารถดำเนินชีวิตร่วมกับผู้อื่นได้อย่างปกติสุข

การบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพ

  1. รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ทุกวัน ไม่รับประทานอาหารที่ซ้ำซาก ควรรับประทานอาหารที่หลากหลาย เพื่อให้ได้สารอาหารครบตามที่ต้องการ
  2. รับประทานอาหารที่สะอาดและปลอดภัย เพื่อ ป้องกันการปนเปื้อนของสิ่งที่เป็นพิษที่มีอยู่ในอาหาร ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อตัวผู้บริโภค อาหารปนเปื้อนได้จากหลายสาเหตุ คือ จากเชื้อโรค และพยาธิต่างๆ สารเคมีที่เป็นพิษหรือสารปนเปื้อน หรือโลหะหนักที่เป็นอันตราย ทั้งนี้อาจเกิดจากกระบวนการผลิต ปรุง ประกอบ และจำหน่ายอาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะ หรือสิ่งแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม เช่น แผงลอยริมบาทวิถี การใช้สารปรุงแต่งอาหารไม่ได้มาตรฐาน การใช้สารเคมีในการถนอมอาหาร การใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชในปริมาณมาก เป็นต้น หลักการในการเลือกกินอาหารที่สะอาด ปราศจากการปนเปื้อน ควรเลือกกินอาหารที่สด สะอาด ผลิตจากแหล่งที่เชื่อถือได้ มีเครื่องหมายรับรองคุณภาพ มีกลิ่น รส และสีสันตามธรรมชาติ ในการปรุงอาหารในครัวเรือน ควรเลือกซื้ออาหารที่สด สะอาด มาปรุง ล้างทำความสะอาด ก่อนนำไปปรุงประกอบ ใช้ภาชนะอุปกรณ์ที่สะอาดปลอดภัย ล้างเก็บถูกสุขลักษณะ มีพฤติกรรมบริโภคที่ถูกสุขลักษณะ คือ ล้างมือก่อนบริโภค ใช้ช้อนกลาง การเลือกซื้ออาหารปรุงสำเร็จ อาหารถุง ควรเลือกซื้อจากร้านจำหน่ายอาหาร หรือแผงลอยที่ถูกสุขลักษณะ ปรุงสุกใหม่ มีการปกปิดป้องกันแมลงวัน บรรจุในภาชนะทีสะอาดปลอดภัยมีการใช้อุปกรณ์หยิบจับ หรือตักอาหารแทนการใช้มือ
  3. รับประมานอาหารไขมันพอเหมาะ เพื่อป้องกันการสะสมไขมันมากเกินไป
  4. รับประทานอาหารที่มีเส้นใยอาหารอย่างสม่ำเสมอ เพื่อ ช่วยระบบการขับถ่าย และลดไขมันในเลือด ควรกินใยอาหารอย่างสม่ำเสมอ ใยอาหารทำให้การขับถ่ายอุจจาระเป็นไปตามปกติ และป้องกันโรคหลายชนิดด้วย
  5. ระมัดระวังการรับประทานอาหารที่มีสารก่อมะเร็ง เช่น อาหารประเภททอด ย่าง เผา หรืออาหารที่ไหม้เกรียม
  6. ลดปริมาณ และระดับการรับประทานอาหรรสจัด เช่น หวานจัด เปรี้ยวจัด เค็มจัด เผ็ดจัด เพราะจะทำให้เกิดการระคายเคืองต่อเยื่อบุทางเดินอาหาร และอาจก่อโรค เช่น โรคอ้วย โรคเบาหวาน โรคไต โรคกระเพาะ เป้นต้น
  7. หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และน้ำอัดลม เพราะ เสี่ยงต่อการเป้นโรคต่างๆ เช่น โรคตับแข็ง โรคแผลในกระเพาะอาหาร โรคมะเร็ง ฟันผุ โรคเบาหวาน เป็นต้น การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์นำไปสู่การเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนการเจ็บ ป่วยด้วยโรคต่างๆ เช่น ความดันโลหิตสูง ตับแข็ง โรคกระเพาะ เป็นต้น เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ได้แก่สุรา เบียร์ ไวน์ บรั่นดี กระแช่ ฯลฯ จึงควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มดังกล่าว ระวังเรื่องดื่มเหล้า แม้ว่าเหล้าที่กินจะถูกเผาผลาญให้กำลังงานได้ก็จริง แต่เราไม่จัดเหล้าเป็นสารอาหาร เพราะผลที่ได้ไม่คุ้มกับอันตรายที่เหล้าคุกคามสุขภาพ คนติดเหล้ามักเป็นโรคขาดสารอาหารได้หลายชนิด เช่น โรคขาดโปรตีน และแคลอรี โรคเหน็บชา เมื่อกินเหล้าไปนานๆ ตับถูกทำลาย ยิ่งทำให้การขาดสารอาหารรุนแรงมากขึ้น

กินอาหารให้ครบ 5 หมู่

  1. กินอาหารหลัก 5 หมู่ให้ครบ ได้แก่ อาหารพวกเนื้อสัตว์ ไข่ นม และถั่วเมล็ดแห้ง อาหารประเภทนี้จะให้โปรตีน ไขมัน วิตามิน และเกลือแร่ อาหารพวกข้าว เผือก มัน และน้ำตาล ให้กำลังงาน และโปรตีน แต่ปริมาณ และคุณภาพของโปรตีนด้อยกว่าพวกเนื้อสัตว์ เฉพาะน้ำตาลให้แต่กำลังงานอย่างเดียวผัก และผลไม้ให้วิตามิน และเกลือแร่หลายชนิดตลอดจนใยอาหารด้วย ส่วนไขมัน เป็นแหล่งอาหารที่ให้กำลังงานที่ดี และน้ำมันพืชบางชนิดให้กรดไลโนเลอิกด้วย ในแต่ละวันถ้ากินอาหารทั้ง 5 หมู่ ให้ครบถ้วนโอกาสที่จะขาดสารอาหารย่อมเป็นไปได้ยาก และไม่ต้องไปหายาบำรุงมากินให้เสียเงิน
  2. กินอาหารแต่ละหมู่ให้หลากหลาย เพื่อ ให้ร่างกายรับสารอาหารต่างๆ ครบในปริมาณที่เพียงพอกับความต้องการ ถ้ากินอาหารไม่ครบทั้ง 5 หมู่ หรือกินอาหารซ้ำซากเพียงบางชนิดทุกวันอาจทำให้ได้รับสารอาหารบางประเภทไม่ เพียงพอหรือมากเกินไป หมั่นดูแลน้ำหนักตัว น้ำหนักตัวเป็นเครื่องบ่งชี้สำคัญที่บอกถึงภาวะสุขภาพ แต่ละคนจะต้องมรน้ำหนักที่เหมาะสมตามวัย และได้สัดส่วนกับความสูงของตนเอง การรักษาน้ำหนักตัว การรักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์โดยการกินอาหารให้เหมาะสมควบคู่ไปกับการ ออกกำลังการอย่างสม่ำเสมอ ถ้าน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ปกติ หรือผอมไปจะทำร่างกายอ่อนแอ เจ็บป่วยง่าย ประสิทธิภาพการเรียน และการทำงานด้อยลงกว่าปกติ หากมีน้ำหนักมากกว่าปกติหรืออ้วนไป จะมีการเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรคหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคมะเร็งบางชนิด
  3. ทุกคนควรชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง เดือนละครั้ง เพื่อ ประเมินว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติหรือไม่ ในเด็ก ใช้ค่าน้ำหนักตามเกณฑ์อายุ หรือค่าน้ำหนักตามเกณฑ์ส่วนสูงเปรียบเทียบกับเกณฑ์มาตรฐาน ในผู้ใหญ่ ใช้ดัชนีมวลกายเป็นเกณฑ์ ค่าระหว่าง 18.5-22.9 อยู่ในเกณฑ์ปกติ ค่าต่ำกว่า 18.5 ถือว่าผอม หรือน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ ค่าอยู่ระหว่าง 23-29.9 น้ำหนักเกินหรืออ้วน ค่าตั้งแต่ 30 ขึ้นไป ถือว่าเป็นโรคอ้วน

ข้าวเป็นอาหารหลัก

  1. ข้าวเป็นอาหารหลักของคนไทย เป็นแหล่งอาหารสำคัญที่ให้พลังงาน สารอาหารที่มีในข้าวได้แก่ คาร์โบไฮเดรต และโปรตีน โดยเฉพาะข้าวก้อง หรือข้าวซ้อมมือจะมีสารอาหารโปรตีน ไขมัน ใยอาหาร แร่ธาตุ และวิตามินในปริมาณที่สูงกว่าข้าวที่ขัดสีจนขาว
  2. อาหารประเภทแป้ง เช่น ก๋วยเตี๋ยว ขนมจีน บะหมี่ เป็นแหล่งอาหารที่ให้พลังงานเช่นเดียวกัน จัดว่าเป็นอาหารจานด่วน หรืออาหารจานเดียวแบบไทยๆ ที่ใยอาหารจากผักที่เป็นเครื่องปรุงมากกว่าอาหารจานเดียวแบบตะวันตก เช่น เบอร์เกอร์ พิซซ่า ซึ่งมีค่าสูงกว่ากันมาก

กินน้ำตาลแต่พอควร

การ กินน้ำตาลมากๆ มีผลร้ายต่อสุขภาพได้ เด็กที่กินของหวานมาก อมลูกกวาด และทอฟฟี่ แล้วไม่แปรงฟัน จะเป็นโรคฟันผุซึ่งมีผลทำให้การกินอาหารเป็นไปได้ไม่ดี นอกจากนี้คนที่กินหวานมากๆ จะอ้วน และมีไตรกลีเซอไรด์สูงในเลือด

พืช ผัก ผลไม้

  1. พืชผัก และผลไม้เป็นแหล่งวิตามินและแร่ธาตุที่มีความจำเป็นต่อร่างกาย มีใยอาหารช่วยในการขับถ่าย ช่วยนำโคเลสเตอรอล และสารพิษที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็งบางชนิดออกจากร่างกาย
  2. พืชผักผลไม้หลายอย่างให้พลังงานต่ำ จึงทำให้ไม่เกิดโรคอ้วน
  3. ควรกินพืชผักทุกมื้อให้หลากหลายสลับกันไป ส่วนผลไม้ควรกินประจำสม่ำเสมอ โดยเฉพาะหลังกินอาหารแต่ละมื้อ และกินเป็นเป็นอาหารว่าง

อาหารโปรตีน

  1. กินปลา เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ไข่ ถั่วเมล็ดแห้ง เป็นประจำ
  2. ปลา เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ไข่ และถั่วเมล็ดแห้ง เป็นแหล่งโปรตีนสำคัญ โดยเฉพาะปลาเป็นโปรตีนที่ดีย่อยง่าย มีไขมันต่ำ หากกินปลาแทนเนื้อสัตว์เป็นประจำจะช่วยลดปริมาณไขมันในโลหิต ในปลาทะเลมีสารไอโอดีนป้องกันโรคขาดสารไอโอดีน
  3. ส่วนเนื้อสัตว์ควรเลือกเนื้อสัตว์ไม่ติดมันเพื่อ ลดการสะสมไขมันในร่างกาย ไข่เป็นโปรตีนราคาถูก ปรุงง่าย เด็กควรกินไข่วันฟอง ผู้ใหญ่ที่มีภาวะโภชนาการปกติควรกินไข่สัปดาห์ละ 2-3 ฟอง และควรกินไข่ที่ปรุงสุกแล้ว
  4. ถั่วเมล็ดแห้งและผลิตภัณฑ์จากถั่วเช่น เต้าหู้ เต้าเจี้ยว น้ำนมถั่วเหลือง ขนมถั่วกวน ก็เป็นแหล่งโปรตีนราคาถูกเช่นกัน

ดื่มนมให้เหมาะสมตามวัย

  1. นม เป็นอาหารที่เหมาะสมสำหรับเด็ก และผู้ใหญ่ ประกอบด้วยแร่ธาตุสำคัญ คือ แคลเซียม และฟอสฟอรัส ช่วยให้กระดูก และฟันแข็งแรง มีโปรตีน และวิตามินต่างๆ ช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโต ทำให้เนื้อเยื่อต่างๆ ทำหน้าที่ปกติ
  2. หญิงตั้งครรภ์ เด็กวัยเรียน วัยรุ่น ผู้ใหญ่ และผู้สูงอายุ ควรดื่มนมวันละ 1-2 แก้ว ควบคู่ไปกับการออกกำลังกายจะทำให้กระดูกแข็งแรง ชะลอการเสื่อมสลายของกระดูก

ระวังอาหารไขมัน

  1. กินอาหารที่มีไขมันแต่พอควร
  2. ไขมันให้พลังงาน และความอบอุ่น ให้กรดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกาย ช่วยการดูดซึมของวิตามินที่ละลานในไขมันคือ วิตามินเอ ดี อี และเค แต่ไม่ควรกินไขมันมากเกินไปเพราะจะทำให้น้ำหนักตัวเพิ่ม อ้วน และเกิดโรคอื่นๆ ตามมา เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง เป็นต้น
  3. วิธีประกอบอาหารมีส่วนทำให้ปริมาณไขมันในอาหาร เพิ่มขึ้น เช่น ทอด ชุบแป้งทอด ผัดน้ำมัน และอาหารที่มีกะทิ จึงควรกินแต่พอควร การประกอบอาหารโดยวิธีต้ม นึ่ง ปิ้ง ย่าง จะมีไขมันน้อยกว่า
  4. กินไขมันในขนาดที่พอเหมาะ ไม่กินไขมันมากเกินไป และต้องกินน้ำมันพืชที่ให้กรดไลโนเลอิกเป็นประจำด้วย

หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด

การ กินอาหารรสจัดมากจนเป็นนิสัย จะเกิดโทษต่อร่างกาย เช่น รสหวานจัด เค็มจัด การรับประทานหวานจัดเป็นนิสัยทำให้ได้รับพลังงานเพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็นใน เด็กจะทำให้ความอยากอาหารลดลง เบื่ออาหาร ฟันผุ การกินอาหารรสเค็มจัดที่ได้จากเกลือแกงมากกว่า 1 ช้อนชาต่อวัน จะมีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดความดันโลหิตสูง จึงควรหลีกเลี่ยงอาหารรสจัดและหลีกเลี่ยงการเติมเครื่องปรุงรส

ไม่กินโซเดียมมาก

โซเดียม มีมากในเกลือนอกจากนี้ยังพบในอาหารธรรมชาติ เช่น เนื้อสัตว์ นม สารบางชนิดที่ใช้ในการปรุงอาหาร เช่น ผงชูรส ผงฟู ผู้ที่กินโซเดียมมากๆ มีโอกาสเป็นความดันโลหิตสูงได้มากกว่าผู้ที่กินโซเดียมน้อย

 

บทความโดย : นพ.วรวุฒิ เจริญศิริ

Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • Twitter
  • RSS

วิตามินเกลือแร่สูตรสำหรับวัยรุ่น

วิตามินเกลือแร่สำหรับวัยรุ่น

วัยรุ่นต้องการวิตามินและแร่ธาตุมากเป็นพิเศษ เพราะเด็กวัยรุ่นโตเร็วมากและมีการเปลี่ยนแปลงภายในร่างกายตามธรรมชาติ พร้อมกับการเจริญเติบโตทางเพศและอิทธิพลของฮอร์โมนเพศ เด็กผู้ชายมักมีการเติบโตทางกล้ามเนื้อและกระดูก และมักกระฉับกระเฉงว่องไวมากกว่าเด็กผู้หญิง นอกจากนี้เด็กผู้หญิงยังต้องการสารอาหารพิเศษ เพื่อเตรียมการในการมีประจำเดือนอีกด้วย วิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของวัยรุ่น ได้แก่ กลุ่มวิตามินที่จำเป็น ได้แก่
วิตามิน B1 (Thiamin)
ช่วยในการเผาผลาญอาหาร เช่น คาร์โบไฮเดรต เพื่อไปใช้เป็นพลังงานแก่ร่างกายจำเป็นต่อสมอง กล้ามเนื้อ หัวใจ ระบบประสาท เสริมสร้างความคิดที่ฉับไว ตื่นตัว ช่วยป้องกันโรคสมองเสื่อม (Alzheimer’s) และการแก่เร็วกว่าวัย การขาดวิตามิน B1 ทำให้เกิดผลเสียต่อ
สุขภาพ คือ เป็นโรคเหน็บชา อาจพบอาการชาทั้งมือและเท้า กล้ามเนื้อแขนและขาไม่มีกำลัง ร่างกายอ่อนเพลีย หลงลืมง่าย กล้ามเนื้อตาอ่อนล้า ถ้าเป็นมากจะมีอาการใจสั่นหัวใจโตและเต้นเร็ว หอบ เหนื่อย อาหาร

วิตามิน B2 (Riboflavin)
จำเป็นต่อการผลิตฮอร์โมนต่างๆ การสร้างเม็ดเลือดแดง เสริมภูมิต้านทาน และการเจริญเติบโตของร่างกาย ช่วยในการเผาผลาญไขมัน โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ช่วยเพิ่มพลังงานให้กับเซลล์สมอง การขาดวิตามิน B2 ทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพ คือ เกิดแผลที่มุมปากทั้งสอง
ข้าง เรียกว่า “ปากนกกระจอก” ริมฝีปากแตก เจ็บลิ้น ผิวหนังแห้ง ตาแพ้แสงแดดง่าย ขาบวม ระบบการทำงานของระบบประสาทผิดปกติ

Biotin
จำเป็นต่อขบวนการเผาผลาญไขมัน โปรตีน คาร์โบไฮเดรต เพื่อนำไปใช้เป็นพลังงานของร่างกาย ช่วยในการรักษาสุขภาพของผิวหนัง ผม ระบบประสาท ไขกระดูก การผลิตฮอร์โมนเพศในช่วงวัยรุ่น การขาด Biotin ทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพ คือ จะทำให้ผิวหนังแห้ง ผมร่วง
ไม่อยากอาหาร จิตใจอ่อนล้า ปวดกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย ตับโต

Folic Acid

มีความสำคัญและจำเป็นต่อร่างกาย เนื่องจากช่วยผลิตเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว สร้างเซลล์ ควบคุม อารมณ์ ความอยากอาหาร และการสร้างสารพันธุกรรม DNA และ RNA จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย โดยเฉพาะเด็กทารก เด็กวัยก่อนและวัยเรียน และยังช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ระบบประสาทและสมองให้พัฒนา การขาด Folic Acid ทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพ คือ อารมณ์ไม่ปกติ แปรปรวนง่าย ทำให้กระดูกสันหลังเสื่อม ซึ่งเป็นสาเหตุของร่างกายอ่อนเพลีย เดินเซ งุนงง

วิตามิน C
เป็นวิตามินที่ละลายในน้ำ ร่างกายไม่สามารถผลิตและสะสมวิตามิน C ในร่างกายได้ จึงจำเป็นต้องรับประทานทุกวัน มีความสำคัญต่อระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้สุขภาพแข็งแรง ช่วยลดสารอนุมูลอิสระ จำเป็นต่อการเสริมสร้างและซ่อมแซมเส้นเลือด และเซลล์ต่างๆของร่างกาย
ช่วยป้องกันการติดเชื้อโรคต่างๆ ป้องกันการเป็นหวัด การขาด วิตามิน C ทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพ คือ คนที่ขาดวิตามินซีมักจะเจ็บป่วยบ่อย เนื่องจากมีความต้านทานโรคต่ำ เหงือกบวมแดง เลือดออกง่าย ถ้าเป็นมากฟันจะโยกรวน และมีเลือดออกตามไรฟันง่าย อาการ
เหล่านี้เรียกว่า โรคลักปิดลักเปิด

ธาตุสังกะสี (Zinc)
มีความสำคัญต่อระบบภูมิคุ้มกัน กล้ามเนื้อ และกระดูก ช่วยให้แผลหายเร็ว โดยเฉพาะแผลเป็นจากสิวในวัยรุ่น แร่ธาตุสังกะสี ยังเกี่ยวข้องกับกระบวนการเผาผลาญของ คาร์โบไฮเดรตและโปรตีน ช่วยพัฒนาระบบสืบพันธุ์ ประสาทสัมผัส เช่น การได้ยิน กลิ่น และการรับรสต่างๆ
ช่วยเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อตา ช่วยบำรุงผิว ผม และเล็บ ป้องกันการเกิดสิว ภูมิแพ้ ดังนั้นช่วงวัยรุ่นจึงมีความต้องการแร่ธาตุสังกะสีมากขึ้นเมื่อเทียบกับวัย เด็ก จึงพบว่าช่วงวัยรุ่นมีโอกาสที่จะขาดแร่ธาตุสังกะสี การขาด ธาตุสังกะสี ทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพ คือ
พบจุดขาวบนเล็บ และผิวหนัง ผมร่วง สมาธิสั้นและร่างกายเจริญเติบโตช้า เตี้ยแคระ

ธาตุเหล็ก
เป็นส่วนประกอบสำคัญของเม็ดเลือด และมีส่วนเกี่ยวข้องกับการส่งเสริมให้การทำงานของระบบภูมิคุ้มกันเป็นปกติ โดยช่วยป้องกันและต่อต้านสารอนุมูลอิสระ ช่วยเสริมการทำงานของระบบประสาทและกระบวนการเผาผลาญของร่างกาย การขาด ธาตุเหล็ก ทำให้เกิดผลเสีย
ต่อสุขภาพ คือ เด็กวัยรุ่นที่ขาดธาตุเหล็ก จะพบภาวะโลหิตจาง ความสามารถในการเรียนรู้ช้าลง และมีผลกระทบต่อการทำงานของระบบประสาท ร่างกายอ่อนแอ ปวดศีรษะบ่อย เป็นหวัด หรือโรคผิวหนังง่าย ดังนั้นพ่อ แม่ และทุกคนในครอบครัวจึงควรหันมาใส่ใจ และร่วมกัน
สร้างคุณภาพชีวิต ดูแลลูกตั้งแต่วัยเด็ก จนถึงวัยรุ่น ทั้งสุขภาพกาย และสุขภาพจิต ความสุขและความอบอุ่นก็จะเกิดขึ้นในครอบครัว วัยรุ่นที่มีความสุขจะสามารถสร้างสรรค์สิ่งที่ดีงามให้เกิดขึ้น และเป็นเกราะป้องกันตนเองเพื่อก้าวต่อไปเป็นผู้ใหญ่ที่ทำคุณประโยชน์ที่ดี ต่อสังคม
และประเทศชาติได้ต่อไป
กลุ่มวัยรุ่นที่ควรได้รับวิตามินและสารอาหาร
  1. เด็กที่กำลังเจริญเติบโตเข้าสู่วัยรุ่นขึ้นไป
  2. เรียนหนัก ใช้ความคิดมาก ต้องการบำรุงสมอง และสายตา
  3. รับประทานอาหารไม่ครบ 5 หมู่ ในแต่ละวัน

Tags: , , , , , , , , , , , , , , , ,

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • Twitter
  • RSS